Breaking News
Home / ผลงานทางวิชาการ / รายงานการประเมินโครงการพัฒนาการบริหารการศึกษาโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน ในการพัฒนาท้องถิ่นโรงเรียนบัวงามวิทยา

รายงานการประเมินโครงการพัฒนาการบริหารการศึกษาโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน ในการพัฒนาท้องถิ่นโรงเรียนบัวงามวิทยา

ชื่อเรื่อง         รายงานการประเมินโครงการพัฒนาการบริหารการศึกษาโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน  b1.pdf (2 downloads) ในการพัฒนาท้องถิ่นโรงเรียนบัวงามวิทยา

ผู้รายงาน      นางสาวกุสุมา  ดาวประสงค์

ปีที่ศึกษา       2561

 

บทคัดย่อ

 

การประเมินโครงการพัฒนาการบริหารการศึกษาโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานในการพัฒนาท้องถิ่นโรงเรียนบัวงามวิทยาครั้งนี้  มีวัตถุประสงค์ของการประเมิน  คือ  1)  เพื่อประเมินความเหมาะสมของบริบทหรือสภาพแวดล้อมการดำเนินโครงการพัฒนาการบริหารการศึกษาโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานในการพัฒนาท้องถิ่นโรงเรียนบัวงามวิทยา  2)  เพื่อประเมินความพร้อมของปัจจัยเบื้องต้นในการดำเนินโครงการพัฒนาการบริหารการศึกษาโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานในการพัฒนาท้องถิ่นโรงเรียนบัวงามวิทยา  3)  เพื่อประเมินความเหมาะสมในการดำเนินการด้านกระบวนการที่ใช้ในการดำเนินงานตามโครงการพัฒนาการบริหารการศึกษาโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานในการพัฒนาท้องถิ่นโรงเรียนบัวงามวิทยา  และ  4)  เพื่อประเมินผลผลิตของการดำเนินการโครงการพัฒนาการบริหารการศึกษาโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานในการพัฒนาท้องถิ่นโรงเรียนบัวงามวิทยา  โดยใช้รูปแบบการประเมิน  CIPP  Model  กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการประเมินประกอบด้วย  คณะกรรมการสถานศึกษา  จำนวน  12  คน  ครูและบุคลากร  จำนวน  20  คน  ผู้ปกครองนักเรียน  จำนวน  264 คน  และนักเรียน  จำนวน  264  คน  รวมจำนวนทั้งสิ้น  560  คน  เครื่องมือที่ใช้ในการประเมินประกอบด้วยแบบสัมภาษณ์และแบบสอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกับโครงการพัฒนาการบริหารการศึกษาโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานในการพัฒนาท้องถิ่นโรงเรียนบัวงามวิทยา  การวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติ  ร้อยละ  ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน

                   ผลการประเมิน  พบว่า

  1. 1. ผลการประเมินโครงการพัฒนาการบริหารการศึกษาโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานในการพัฒนาท้องถิ่นโรงเรียนบัวงามวิทยา  โดยภาพรวม  พบว่า  คณะกรรมการสถานศึกษา  ครูและบุคลากร  ผู้ปกครองนักเรียนและนักเรียน  มีความคิดเห็นว่าเหมาะสมอยู่ในระดับมาก
  2. 2. ด้านบริบท  (Context)  พบว่า  ผลการประเมินโครงการพัฒนาการบริหารการศึกษาโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานในการพัฒนาท้องถิ่นโรงเรียนบัวงามวิทยา  ด้านบริบท  โดยภาพรวมผลการประเมินอยู่ในระดับมาก  เมื่อพิจารณารายข้อ  พบว่า  ไม่มีข้อใดที่มีค่าเฉลี่ยอยู่ในเกณฑ์ปานกลาง  น้อย  และน้อยที่สุด  ข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด  คือ  วัตถุประสงค์สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ  ฉบับที่ 12  รองลงมาคือ  วัตถุประสงค์สอดคล้องกับนโยบายขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  และลำดับที่ 3  คือวัตถุประสงค์สอดคล้องกับพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ  พ.ศ.2542  และที่แก้ไขเพิ่มเติม
  3. 3.  ด้านปัจจัยเบื้องต้น  (Input)  พบว่า  ผลการประเมินโครงการพัฒนาการบริหารการศึกษาโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานในการพัฒนาท้องถิ่นโรงเรียนบัวงามวิทยา  ด้านปัจจัยเบื้องต้น  โดยภาพรวมผลการประเมินอยู่ในระดับมาก  เมื่อพิจารณารายข้อ  พบว่า  ไม่มีข้อใดที่มีค่าเฉลี่ยอยู่ในเกณฑ์ปานกลาง  น้อย  และน้อยที่สุด  ข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด  คือ  ครูและบุคลากรมีความสามารถในการรวบรวมข้อมูลสารสนเทศเพื่อบริหารการศึกษาโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน  รองลงมาคือ  จำนวนครูและบุคลากรต่อการดำเนินการโครงการเพียงพอและเหมาะสม  และลำดับที่ 3  คือ  ครูและบุคลากร มีความพร้อมในการพัฒนาและปรับปรุงคุณภาพการศึกษา
  4. 4.  ด้านกระบวนการ  (Process)  พบว่า  ผลการประเมินโครงการพัฒนาการบริหารการศึกษาโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานในการพัฒนาท้องถิ่นโรงเรียนบัวงามวิทยา  ด้านกระบวนการ  โดยภาพรวมผลการประเมินอยู่ในระดับมาก  เมื่อพิจารณารายข้อ  พบว่า  ไม่มีข้อใดที่มีค่าเฉลี่ยอยู่ในเกณฑ์ปานกลาง  น้อย  และน้อยที่สุด  กิจกรรมข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด  คือ  กิจกรรมพัฒนาและปรับปรุงหลักสูตรสถานศึกษา  รองลงมาคือ  กิจกรรมอบรมและศึกษาดูงานของคณะกรรมการสถานศึกษา    กิจกรรมส่งเสริมความเป็นเลิศด้านกีฬา  และกิจกรรมพัฒนาศูนย์การเรียนรู้เกษตรพอเพียง   และลำดับ ที่ 3  คือ  กิจกรรมส่งเสริมความเป็นเลิศด้านคอมพิวเตอร์
  5. 5. ด้านผลผลิต  (Product)  พบว่า  ผลการประเมินโครงการพัฒนาการบริหารการศึกษาโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานในการพัฒนาท้องถิ่นโรงเรียนบัวงามวิทยา  ด้านผลผลิต  โดยภาพรวมผลการประเมินอยู่ในระดับมาก  เมื่อพิจารณารายข้อ  พบว่า  ไม่มีข้อใดที่มีค่าเฉลี่ยอยู่ในเกณฑ์ปานกลาง  น้อย  และน้อยที่สุด  ข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด  คือ  เด็ก  เยาวชนและประชาชนในท้องถิ่นสามารถนำทรัพยากรหรือวัตถุดิบในท้องถิ่นมาประกอบอาชีพได้  รองลงมาคือ  เด็ก  เยาวชนและประชาชนในท้องถิ่นสามารถนำความรู้และประสบการณ์ที่ได้ไปประกอบอาชีพและดำรงชีวิตอยู่ในท้องถิ่นได้    และลำดับที่ 3  คือ  เด็ก  เยาวชนและประชาชนในท้องถิ่นมีความรู้และมีทักษะในการประกอบอาชีพได้

 

 

 

 

 

 

 

 

 

About vorapong

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *