Home / ผลงานทางวิชาการ / การพัฒนาชุดแบบฝึกหัดทักษะชีวิต เรื่อง ทักษะชีวิตและสังคม โดยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ แบบสืบเสาะหาความรู้ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนพิบูลมังสาหาร

การพัฒนาชุดแบบฝึกหัดทักษะชีวิต เรื่อง ทักษะชีวิตและสังคม โดยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ แบบสืบเสาะหาความรู้ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนพิบูลมังสาหาร

ชื่อเรื่อง : การพัฒนาชุดแบบฝึกหัดทักษะชีวิต เรื่อง ทักษะชีวิตและสังคม  โดยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้

แบบสืบเสาะหาความรู้ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่6 โรงเรียนพิบูลมังสาหาร

ผู้รายงาน :สุชาดา   บุญแต่ง

ปีที่ศึกษา : 2560

หน่วยงาน : โรงเรียนพิบูลมังสาหาร

 

บทคัดย่อ

[Download not found]

การพัฒนาชุดแบบฝึกหัดทักษะชีวิต เรื่อง ทักษะชีวิตและสังคม  โดยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้            แบบสืบเสาะหาความรู้ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่6 โรงเรียนพิบูลมังสาหาร

ในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ดังนี้

  1. เพื่อสร้างและหาประสิทธิภาพ ของชุดแบบฝึกหัดทักษะชีวิต เรื่อง ทักษะชีวิตและสังคม โดยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ แบบสืบเสาะหาความรู้ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่6 โรงเรียนพิบูลมังสาหารให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80
  2. เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียนของนักเรียน ด้วยชุดแบบฝึกหัดทักษะชีวิต เรื่อง ทักษะชีวิตและสังคม โดยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ แบบสืบเสาะหาความรู้ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่6 โรงเรียนพิบูลมังสาหาร
  3. เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียน ที่มีต่อชุดแบบฝึกหัดทักษะชีวิต เรื่อง ทักษะชีวิตและสังคม โดยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ แบบสืบเสาะหาความรู้ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่6 โรงเรียนพิบูลมังสาหาร การศึกษาครั้งนี้ทำการศึกษาโดยใช้ระยะเวลาทำการศึกษาในภาคเรียนที่ 1ปการศึกษา 2560 ใช้เวลาในการสอน  11  ชั่วโมง  มีการสอบก่อนเรียนและหลังเรียน  2  ชั่วโมง  รวมทั้งหมด  13 ชั่วโมง  โดยสอนสัปดาห์ละ  1  ชั่วโมง โดยกลุ่มตัวอย่าง   ที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้  ได้แก่  กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ เป็นนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/ 3ภาคเรียนที่ 1ปีการศึกษา 2560 จำนวน 40 คน โดยใช้การสุ่มแบบเจาะจง คละความสามารถ เก่ง ปานกลางและอ่อน

เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาและเก็บรวบรวมข้อมูลครั้งนี้ ประกอบด้วย ชุดแบบฝึกหัดทักษะชีวิต เรื่อง ทักษะชีวิตและสังคม  โดยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ แบบสืบเสาะหาความรู้จำนวน 11ชุด ดังนี้

  1. แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังเรียนของ แบบทดสอบท้ายกิจกรรม จำนวน

11ชุด ชุดละ 20  ข้อ

  1. แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังเรียน ของ จำนวน ชุดแบบฝึกหัดทักษะชีวิต

เรื่อง ทักษะชีวิตและสังคม  โดยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ แบบสืบเสาะหาความรู้ จำนวน 40  ข้อ

  1. แบบประเมินความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อชุดแบบฝึกหัดทักษะชีวิต เรื่อง ทักษะชีวิตและ

สังคม  โดยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ แบบสืบเสาะหาความรู้จำนวน  20  ข้อ

สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล  ได้แก่

  1. สถิติที่ใช้ในการตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือ ได้แก่  ความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา  (IOC :

Index  of  Item  Objective  Congruence)  ค่าความยาก  (p)  ค่าความเชื่อมั่นของแบบทดสอบ  (KR- 20) ค่าอำนาจจำแนก  (r)

  1. สถิติที่ใช้ในการตรวจสอบสมมติฐาน ได้แก่  ค่าเฉลี่ย  ค่าร้อยละ  ค่าความเบี่ยงเบน

มาตรฐาน  ทดสอบสมมติฐานประสิทธิภาพของชุดแบบฝึกหัดทักษะชีวิต เรื่อง ทักษะชีวิตและสังคม  โดยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ แบบสืบเสาะหาความรู้ทดสอบสมมติฐานผลสัมฤทธิ์  (t – test Dependent) และทดสอบสมมติฐานดรรชนีประสิทธิผล  (The  Effectivenness  index)

ผลการศึกษา พบว่า

  1. ประสิทธิภาพ ของชุดแบบฝึกหัดทักษะชีวิต เรื่อง ทักษะชีวิตและสังคม โดยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ แบบสืบเสาะหาความรู้มีค่าประสิทธิภาพสูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้(E1/E2 = 87.46/85.82 )ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์  80/80  ที่ตั้งไว้และเมื่อพิจารณาโดยแยกเป็นชุดแบบฝึกหัดทักษะชีวิต เรื่อง ทักษะชีวิตและสังคม  โดยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ แบบสืบเสาะหาความรู้มีค่าประสิทธิภาพสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้  E1/E2 = 80/80ทุกชุด
  2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียนของนักเรียน ด้วยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้ชุดแบบฝึกหัดทักษะชีวิต เรื่อง ทักษะชีวิตและสังคม โดยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ  .05
  3. นักเรียนมีความพึงพอใจต่อความพึงพอใจของนักเรียน ที่มีต่อชุดแบบฝึกหัดทักษะชีวิต เรื่อง ทักษะชีวิตและสังคม โดยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ค่าเฉลี่ย

( = 4.58, S.D. = 0.63)

การวิจัยครั้งนี้ทำให้ได้ชุดแบบฝึกหัดทักษะชีวิต เรื่อง ทักษะชีวิตและสังคม  โดยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ แบบสืบเสาะหาความรู้สามารถนำไปใช้พัฒนาผู้เรียนให้มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกิจกรรมแนะแนวที่สูงขึ้น  นักเรียนมีความสุขในการเรียนรู้และการทำกิจกรรมมีความกระตือรือร้นที่จะเรียน  เป็นแนวทางให้ครูผู้สอนวิชาแนะแนวนำไปประยุกต์ใช้ในเนื้อหาเรื่องอื่นๆ ต่อไป

13731522.pdf (1 download)

About vorapong

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *